[DB2] ย้อนอดีตกัน

posted on 20 May 2013 18:26 by ninlakan in DB

เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

 

อนุบาล

- เป็นเด็กเงียบ ๆ นิ่ง ๆ แทบไม่พูดเลย เรียบร้อย เชื่อฟังอาจารย์ ไม่ร้องไม่ดื้อไม่ซน

- มักนั่งเล่นคนเดียว ถ้าเพื่อนชวนไปเล่นก็ไป แต่ถ้าเล่นอะไรที่ดูอันตรายก็จะดูอยู่ห่าง ๆ

- มักจะโดนพี่เน็ตลากไปแกล้งหยิกแก้มน้องกานต์ที่เพิ่งเกิดด้วยกัน แต่กันก็ไม่ได้ร่วมแกล้งด้วย คอยดูอยู่ห่าง ๆ แต่ก็ไม่ได้ไปบอกพ่อแม่

 

ประถม

- เรียนที่โรงเรียนรัฐบาลแถวบ้าน พี่เน็ตกับน้องกานต์ก็เรียนที่เดียวกัน (สอนตั้งแต่ป.1 ถึง ม.6)

- เป็นเด็กเงียบ ๆ นิ่ง ๆ ไม่กล้าแสดงออก เรียบร้อยเหมือนเดิม มักอยู่คนเดียวเหมือนเดิมด้วย

- ตั้งใจเรียน ผลการเรียนปกติ มีคณิตศาสตร์ที่โดดเด่นกว่าวิชาอื่น แต่เวลาต้องออกไปพูดหน้าชั้นจะพูดตะกุกตะกักตลอด

- ตอน ป.3 แม่ส่งไปเรียนเทควันโดตอนปิดเทอม หลังจากนั้นก็ไม่ได้เรียนต่อ //คือพอสู้ได้บ้าง แต่ไม่เก่งขนาดไปแข่งได้

- ตอน ป.4 เพราะท่าทางดูไม่สู้คน เลยโดนเพื่อนบางคนแกล้ง ออกแนวหยอกเล่นขำ ๆ มากกว่า เช่น เข้าไปจั๊กจี้ ปาเศษยางลบ //แต่กันไม่ขำไปด้วย..

- เพราะแกล้งกันไม่รุนแรงเลยไม่ได้บอกอาจารย์ (จริง ๆ ก็เพราะไม่กล้าบอกด้วยนั่นแหละ..) เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจอะไร //คือไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

- เริ่มสนใจกีตาร์เพราะเห็นพี่เล่น ชอบไปนั่งฟังพี่หรือพ่อเล่นอยู่ห่าง ๆ พ่อกับพี่รู้เข้าเลยสอนให้ พร้อมกับซื้อกีตาร์ให้ด้วย

- หลังจากเล่นเป็นก็ติดการเล่นกีตาร์มาก แต่ไม่ได้บอกให้เพื่อนที่โรงเรียนรู้

 

มัธยมต้น

- เรียนต่อที่โรงเรียนเดิม

- ตอน ม.1ยังเป็นเหมือนเด็กปกติคนอื่น เพียงแต่นิ่งเงียบกว่า ไม่กล้าแสดงออกเหมือนเดิม

- ไม่ค่อยมีเพื่อน เพราะส่วนใหญ่คนอื่นจะจับกลุ่มกันเองตามความชอบแต่ละคน

- ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนน้อยมาก แม้แต่ตอนทำงานกลุ่ม //คนอื่นสั่งงานมา รับงาน ส่งงานให้ จบ...

- เวลาพักชอบหลบไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดคนเดียว เพราะถึงอยู่ในห้องก็ไม่มีใครคุยด้วย (แล้วก็ไม่กล้าไปทักคนอื่นเหมือนกัน)

- เริ่มสมัครเฟสบุ๊คกับยูทูป //เฟสเพราะเพื่อนบอกให้สมัคร หลัก ๆ เอาไว้คุยงานกลุ่ม //ยูทูปเอาไว้ฟังเพลงกับลงคลิปเล่นกีตาร์โคฟเวอร์เพลง (เน็ตร้อง กันเล่นกีตาร์ กานต์เคาะประกอบจังหวะ เน็ตเป็นแกนนำชวนน้องเล่น)

- ยังไม่มีใครในห้องรู้เรื่องที่กันโคฟเวอร์เพลง

- เริ่มสายตาสั้น

- ตอน ม.2 เป็นช่วงหักเหของชีวิตกัน

- มีคนหมั่นไส้ที่กันไม่ต้องออกไปพูดงานกลุ่มหน้าชั้น บวกกับท่าทางน่าแกล้งและไม่ตอบโต้ ก็เลยทำร้ายด้วยคำพูดและท่าทาง

- แรก ๆ ก็เรื่องที่ไม่ต้องไปพูดหน้าชั้น แล้วพอมีคนไปเห็นคลิปโคฟเวอร์ของกันก็เริ่มเอาประเด็นนี้ขึ้นมา เช่น เล่นไม่เพราะ ทำไมเล่นเพลงนี้ ทำไปทำไม ไร้สาระ

- คนอื่นในห้องก็ไม่มีใครกล้าช่วยกัน

- โดนเข้าบ่อย ๆ นาน ๆ ก็เริ่มรู้สึกกลัว กันเลยกลายเป็นเด็กที่แทบจะปิดใจให้กับเพื่อนในห้องทุกคนไปเลย เพราะคิดว่าคนอื่นก็คิดเหมือนกัน ไม่เข้าเฟสบุ๊คเพราะเดี๋ยวจะเจอเพื่อนในห้อง และก็หยุดการโคฟเวอร์เพลงด้วย

- แต่กันไม่ได้บอกปัญหาให้คนในครอบครัวฟัง เพราะเห็นพ่อแม่ทำงานหนัก เลยไม่อยากเพิ่มปัญหาให้

- ช่วงเทอม 2 เกิดอุบัติเหตุ ขณะที่กันกำลังนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับบ้าน ได้ชนเข้ากับรถยนต์บริเวณสามแยก ทำให้แขนซ้ายขาซ้ายหัก รักษาตัวที่โรงพยาบาล 5 วัน ลาป่วยอยู่ที่บ้านต่ออีก 2 เดือนโดยมีคุณแม่หยุดงานมาดูแล (ช่วงปลายเทอม 2 พอดี)

- ระหว่างที่หยุด พี่เน็ตก็แนะนำให้เล่นทวิตเตอร์ ตอนแรกก็กลัว ๆ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มคุยกับคนอื่นในทวิตได้ตามปกติ

- ตอน ม.3 พอกลับมาเรียนก็กลายเป็นเด็กที่ไม่พูดแล้วใช้การเขียนสื่อสารแทน ส่งผลให้เพื่อนตกใจและสงสัยกันทั้งห้อง แต่ปกติกันเป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว ก็เลยไม่ต่างจากเดิมมาก

- คนที่เคยแกล้งย้ายไปเรียนที่อื่น เลยไม่มีคนแกล้งกันแล้ว

- อาจารย์รู้เรื่องกันเข้าเลยเรียกพ่อแม่กันมาคุย สุดท้ายเลยพาไปบำบัดอาทิตย์ละครั้ง

- โดนจับกลุ่มทำงานแบบสุ่ม ได้อยู่กับเพื่อนอีก 3 คน ตอนกำลังทำงานมีคนเปิดบทสนทนาเรื่องดนตรี ไป ๆ มา ๆ เลยรู้ว่าเล่นดนตรีกันหมด แถมเล่นกันคนละอย่างกันด้วย (กีตาร์ เบส กลองชุด คีย์บอร์ด)

- นัดไปเล่นดนตรีที่ห้องซ้อมแถวโรงเรียน ตอนแรกกันก็ไม่กล้าไป แต่สุดท้ายก็ยอม ไป ๆ มา ๆ เลยกลายเป็นว่าสนิทกัน มีการขอทวิตกันด้วย (คนที่ไม่เล่นก็ไปสมัครใหม่)

- ค่อย ๆ เปิดใจให้กับเพื่อนในห้อง จนถึงขั้นกลับมาพูดด้วยตามปกติกับเพื่อนกลุ่มนี้

- พ่อแม่เห็นว่าพูดกับเพื่อนบ้างแล้ว เลยไม่ได้พาไปบำบัดต่อ ปล่อยให้ค่อย ๆ พูดกับเพื่อนไป

- เรียนจบม.3 เพื่อนในกลุ่มแยกย้ายกันไปเรียนต่อที่อื่น แต่ยังติดต่อกันทางทวิตเตอร์

 

มัธยมปลาย

- สอบเข้าโรงเรียนลูกบาศก์ เพราะพ่อแม่อยากให้เจอสังคมใหม่ ๆ ที่ดีกว่าเดิม

- [MS] สอบสัมภาษณ์ของนิลกัณฐ์

 

แนวทางในอนาคต

- พยายามเปิดใจกับเพื่อนและทุก ๆ คนในโรงเรียน

- พยายามเปลี่ยนจากการเขียนเป็นการพูดแทน //ซึ่งอาจเกิดได้ทั้งความสนิท ความกลัว ความเกรงใจ

 

Comment

Comment:

Tweet