[MS] มาสอบสัมภาษณ์กัน

posted on 11 May 2013 10:43 by ninlakan in MS

เอนทรีนี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 
 

 

ผู้สอบสัมภาษณ์ – นายนิลกัณฐ์ คีตะสาทร (กัน)

 

ผู้ถูกสัมภาษณ์

นายปพนสรรค์ นารยวงศ์ (พี่พุด) ช่างภาพและฝ่ายโสตฯ 

นายโชติช่วง ชัชวาล (ครูโช) ครูวิชาคณิตศาสตร์ ม.5 

นางสาวพิมพ์อัปสร เชาวมนตรี (พี่พิมพ์) รุ่น 5 

นายมงคล ชัยมงคล (พี่ม่ง) รุ่น 5 

 

 

วันที่ 15 มีนาคม 2556 

7.36 น. บนรถยนต์

 

เด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งสะลึมสะลืออยู่ในรถยนต์ตรงที่นั่งด้านหน้าข้าง ๆ คนขับ โดยมีพี่ชายของเขาเป็นคนขับ

“สภาพแบบนี้จะไหวมั้ยละเนี่ย เบลอซะขนาดนั้นอะ” ผู้เป็นพี่ชายพูดกับน้องพร้อมกับหัวเราะในลำคอ

 

‘ก็พี่เน็ตชวนเล่นกีตาร์จนดึกเองไม่ใช่หรอ ถึงได้นอนไม่พอจนทำให้งัวเงียแบบนี้... แต่เราก็เล่นจนติดลมเหมือนกันนี่นา...’

กันคิดแต่ไม่ได้พูดออกไป เพราะเขาเองก็สนุกจนลืมเวลาเหมือนกัน และตอนนี้เขาก็ง่วงจนไม่อยากจะพูดอะไรแล้ว

หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็เผลอหลับไปด้วยไม่ทันรู้ตัว

 

“...น ...น ...กัน”

 

เสียงเรียกจากพี่ชายทำให้กันสะดุ้งตื่นขึ้นมา

 

“หลับเพลินเลยนะเรา ถึงโรงเรียนแล้วนะ” เน็ตพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มผิดกับน้องชาย

กันพยักหน้าตอบแล้วจึงหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองแล้วเตรียมลงจากรถ แต่เน็ตได้ดึงตัวกันไว้ก่อนที่จะเปิดประตูรถ

“เอานี่ไปด้วยสิ” เขาพูดพร้อมกับหยิบเอากีตาร์ของน้องชายที่เขาแอบเอามาวางไว้ที่เบาะหลังรถมาให้

“...” กันมองหน้าพี่ชาย เพราะไม่เข้าใจว่าจะให้เอากีตาร์ไปด้วยทำไม

“สงสัยล่ะสิว่าให้เอาไปทำไม ก็ให้นายเอาไปเล่นนั่นแหละ จะได้ไม่เครียดไง” เน็ตพูดแล้วหัวเราะในลำคอตาม เขารู้ดีว่าน้องชายของเขามีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นน้อยแค่ไหน

“...” กันพยักหน้าแล้วรับเอากีตาร์มาจากพี่ชาย แล้วย้ายของจากกระเป๋าเป้ตัวเองไปใส่ไว้ในกระเป๋ากีตาร์ อุตส่าห์เอามาให้ ถ้าไม่รับมาก็คงจะไม่ดี อย่างน้อยเอามาติดตัวก็คงช่วยคลายความกังวลได้บ้าง

“ขอให้โชคดีนะน้องพี่ สอบเสร็จแล้วโทรมานะ พี่จะได้มารับ พี่ไปล่ะ” พูดเสร็จเน็ตก็ขับรถออกไป ปล่อยให้น้องชายเดินเข้าโรงเรียนไปคนเดียว

 

9.00 น. บริเวณอาคาร 2

 

เด็กหนุ่มยืนกำสายสะพายของกระเป๋ากีตาร์ไว้แน่น ในตอนนี้นิลกัณฐ์ได้สลัดความง่วงทิ้งไปแล้ว กลับกลายเป็นความกังวลที่ยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเก่า หลังจากที่รู้ว่าการสอบสัมภาษณ์ของที่นี่นั้นไม่ใช่การที่เขาไปนั่งในห้องแล้วตอบคำถามจากอาจารย์ แต่กลับกลายเป็นว่าเขาต้องไปสัมภาษณ์คนอื่นแทน

‘ทำยังไงดี... ให้ไปสัมภาษณ์คนอื่น...’

‘ถึงก่อนหน้านี้จะเคยซ้อมการสัมภาษณ์ก็เถอะ แต่ที่ซ้อมมันไม่ได้เป็นแบบนี้นี่นา...’

‘แต่ก็นะ ตั้งใจทำเท่าที่เราทำได้ละกัน...’

‘หวังว่าคนที่นี่จะไม่มีปัญหา กับการสื่อสารของเรานะ...’

กันหยิบสมุดสเก็ตกับปากกาของตัวเองขึ้นมาถือไว้กับตัวแล้วเดินออกตามหาคนที่เขาจะสัมภาษณ์..

 

‘แต่ก่อนอื่น ไปหาอะไรกินก่อนดีกว่า หิวน้ำ...’

 

9.43 น. ทางเดินหน้าโรงอาหาร

 

เด็กหนุ่มเดินปาดเหงื่อเข้ามาในโรงอาหาร ค่อย ๆ กวาดสายตาหาร้านขายน้ำดื่ม หลังจากที่เจอเขาก็เดินตรงเข้าไปและซื้อน้ำเปล่า 1 ขวดกับนมกล้วยอีก 1 กล่อง ถึงพี่ชายจะบอกว่าไม่ควรกินบ่อยก็เถอะ แต่วันนี้มันวันพิเศษนี่นะ ขอซักหน่อยละกัน

 

‘ไม่ได้กินนมกล้วยมานานแค่ไหนแล้วนะ... ราว ๆ เดือนนึงได้มั้ง’  

กันเก็บน้ำเปล่าไว้ในกระเป๋ากีตาร์แล้วจัดการกับนมกล้วยของโปรดของเขาที่อยู่ในมือ ขณะที่กำลังเดินออกจากโรงอาหารเพื่อไปหาคนสัมภาษณ์คนต่อไป กันก็เดินไปชนเข้ากับชายคนหนึ่ง เป็นผู้ชายผมสีดำ ปาดผมไปด้านหลัง ด้านหน้าย้อมสีแดง มีเครานิดหน่อย ผิวขาวปานกลาง ใส่เสื้อเชิ้ตกับเนคไท โชคดีที่ต่างฝ่ายต่างไม่เป็นอะไร

 

“น้อง เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

“ขอโทษนะ พอดีพี่กำลังมองว่าจะถ่ายภาพอะไรดี เลยไม่ทันได้มองทางน่ะ” กันส่ายหน้าให้อีกฝ่ายเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาไม่เป็นอะไร

 

กันมองพิจารณาอีกฝ่าย ถึงทรงผมจะแปลกกว่าคนอื่น แต่จากภายนอกแล้วก็น่าจะเป็นอาจารย์ ท่าทางจะดูแลตัวเองอย่างดีด้วย ว่าแต่อาจารย์ที่นี่เค้าให้ย้อมผมได้ด้วยเหรอ...

‘งั้นข้อสัมภาษณ์คนนี้ละกัน...’

 

กันเปิดสมุดสเก็ตของตัวเองขึ้นมาแล้วค่อย ๆ เขียนคำถามลงไป ขนาดของตัวอักษรใหญ่พอที่อีกฝ่ายจะมองเห็น

เด็กหนุ่มไหว้สวัสดีอีกฝ่ายแล้วจึงเอาสมุดสเก็ตหน้าที่เพิ่งเขียนให้อีกฝ่ายดู

[ผมมาสอบสัมภาษณ์ครับ ผมขอสัมภาษณ์อาจารย์ได้มั้ยครับ]

 

“ได้สิครับ แต่พี่ไม่ใช่อาจารย์นะ พี่เป็นช่างภาพครับ” อีกฝ่ายตอบอย่างอารมณ์ดี

 

‘...อ้าว ไม่ใช่หรอ ก็คิดอยู่ว่าอาจารย์ไม่น่าจะย้อมผม ช่างภาพนี่คงเป็นบุคลากรอื่น ๆ สินะ งั้นก็คนนี้ละกัน..’

 

“เอ่อ... น้องครับ เป็นอะไรหรือเปล่าครับ เห็นน้องไม่พูดมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วน่ะครับ” พี่ช่างภาพยิ้มแหย ๆ ให้หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างนิ่งกันซักพัก

กันไม่ตอบอีกฝ่าย ได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธสิ่งที่อีกฝ่ายถาม

 

“ถ้างั้นเราไปหาที่นั่งสัมภาษณ์กันดีกว่านะครับ”

พี่ช่างภาพชวนไปหาที่สัมภาษณ์ เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้านิ่งไปอีกครั้ง กันพยักหน้าตอบอีกฝ่าย แล้วทั้งคู่จึงไปหาที่นั่งเพื่อที่จะเริ่มการสัมภาษณ์

 

9.49 น. โรงอาหาร 

 

[ขอทราบชื่อของพี่หน่อยครับ]

“พี่ชื่อปพนสรรค์ นารยวงศ์ ชื่อเล่น พุด น้องเรียกพี่ว่าพี่พุดก็ได้นะครับ แล้วน้องชื่อว่าอะไรหรอครับ”

กันเอาสมุดสเก็ตให้อีกฝ่ายดูพร้อมกับชี้ให้ดูหน้าปกตรงส่วนที่มีการเขียนไว้ว่า [นิลกัณฐ์ คีตะสาทร (กัน)]

“น้องกันสินะครับ” พี่พุดตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

“...”

“ใจเย็น ๆ นะครับ สัมภาษณ์ก็เหมือนมาคุยเล่นกันน่ะแหละครับ ไม่ต้องเครียดนะ” หลังจากที่เงียบกันอยู่นาน เสียงของพี่พุดก็เข้ามาทำลายความเงียบลง

 

‘ถามอะไรต่อดี... ว่าไปแล้ว พี่เขาบอกว่าเป็นช่างภาพสินะ’

หลังจากนิ่งกันไปซักพัก เด็กหนุ่มก็ค่อย ๆ เขียนคำถามต่อไป

 

[หน้าที่ของพี่คืออะไรครับ]

“หน้าที่ของพี่หรอครับ ก็ถ่ายภาพนักเรียน ทำหนังสือรุ่น ถ่ายภาพกิจกรรมในโรงเรียน แล้วก็ทำหน้าที่ฝ่ายโสตฯ จัดการเรื่องเวทีเวลามีงาน อะไรแบบนี้น่ะครับ”

 

‘อะไรต่อดีนะ... ถามอันนี้คงไม่เป็นอะไรนะ’

[งานอดิเรกของพี่คืออะไรครับ]

‘ถึงอาจจะไม่ตรงกับเรา แต่แค่ถามคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง...’

“งานอดิเรกของพี่เหรอครับ ก็มีถ่ายรูป อ่านนิตยสาร แล้วก็ฟังเพลงน่ะครับ น้องกันเองก็ชอบฟังเพลงสินะครับ น่าจะชอบเล่นด้วยสินะ พี่เห็นน้องเอากีตาร์มาด้วยก็เลยคิดแบบนั้นน่ะครับ”

 

กันพยักหน้าตอบอีกฝ่าย

“ตั้งแต่ที่พี่อยู่โรงเรียนนี้ พี่เห็นน้องกันเป็นคนแรกเลยที่เอากีตาร์มาวันสอบสัมภาษณ์ด้วย แต่ไม่ใช่เรื่องที่ผิดนะครับ พี่แค่แปลกใจเฉย ๆ น่ะ”

กันพยักหน้าให้อีกฝ่ายอีกครั้ง จริง ๆ เขาเองก็แปลกใจที่พี่เอากีตาร์มาให้เหมือนกัน เพราะตามปกติคงไม่มีใครเอามาสอบด้วยแบบนี้

 

“...”

บทสนทนาเงียบหายไป เพราะฝ่ายถามเริ่มไม่รู้จะถามอะไรแล้ว ได้แต่นั่งมองหน้าซึ่งกันและกัน

 

“น้องกัน มาโรงเรียนยังไงเหรอครับ” บรรยากาศตอนนี้เงียบเกินไปจนพี่พุดต้องเป็นฝ่ายถามเอง

 

[พี่ชายขับรถมาส่งครับ]

“โอ้ พี่ชายงั้นเหรอครับ แล้วมีพี่น้องคนอื่นอีกมั้ยครับ”

 

[มีน้องชายอีก 1 คนครับ]

“พี่ก็มีน้องชายเหมือนกันครับ” พี่พุดยิ้มให้อีกฝ่าย

 

‘หน้าพี่ดูดีจัง เหมือนดูแลมาอย่างดี ไม่เหมือนคนที่บ้านเลย... เหมือนจะได้กลิ่นน้ำหอมหน่อย ๆ ด้วยแฮะ’

 

"น้องกัน.. มีอะไรหรือเปล่าครับ เห็นจ้องหน้าพี่ซะนานเลย” พี่พุดถามเพราะเห็นกันจ้องหน้าเขาเงียบ ๆ อยู่ได้ซักพักแล้ว"

ฝ่ายที่ถูกถามส่ายหน้า ถ้าเขาบอกไปว่าเขาสนใจการดูแลร่างกายของพี่เขาละก็อาจจะโดนมองแปลก ๆ ก็ได้

 

“ถ้ามีเรื่องอะไรที่สงสัยก็ถามพี่ได้นะครับ พี่ไม่ว่าอะไรหรอก” ถึงจะรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ แต่ด้วยความอารมณ์ดีของอีกฝ่ายทำให้กันเริ่มเขียนถามในสิ่งที่ตนสงสัย

 

[เปล่าครับ.. แค่คิดว่าพี่ดูแลตัวเองดีมากน่ะครับ.. ขอโทษที่จ้องนานครับ..]

“อ๋อ เรื่องนี้นี่เอง ไม่เป็นไรหรอกครับ” พูดเสร็จพี่พุดก็หัวเราะตามหน่อย ๆ

“พี่ค่อนข้างดูแลตัวเองเป็นพิเศษน่ะครับ ทั้งเรื่องอาหารการกินและก็การออกกำลังกาย แล้วน้องกันชอบออกกำลังกายมั้ยครับ”

กันส่ายหน้า เขายอมรับว่าตัวเองเล่นแต่กีตาร์ หรืออย่างมากก็แค่เดินเล่น แทบไม่ได้ออกกำลังกายจริง ๆ จัง ๆ เลย

“งั้นหรอครับ เท่าที่พี่ดู พี่ว่าน้องกันก็ดูแข็งแรงดีนะครับ ไม่อ้วนไม่ผอมเกินไปด้วย แต่ออกกำลังกายเพิ่มซักหน่อยก็ดีนะครับ” พี่พุดพูดแล้วยิ้มตาม

เด็กหนุ่มพยักหน้ารับคำแนะนำ ที่จริงเขาก็ไม่ได้เกลียดการออกกำลังกาย แต่เขามักจะเผลอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับกีตาร์ของเขามากกว่า

 

เมื่อเห็นว่าสัมภาษณ์มาได้ซักระยะแล้ว กันจึงเขียนลงสมุดว่า [ขอบคุณที่ให้สัมภาษณ์นะครับ] แล้วจึงไหว้ลาพี่พุด

“ไม่เป็นไรครับ แล้วคงได้เจอกันอีกนะครับ”

จากนั้นทั้งสองคนก็แยกทางกัน โดยกันเดินออกจากโรงอาหารเพื่อหาคนที่จะขอสัมภาษณ์ต่อไป

 

9.49 น. – 10.01 น.

โรงอาหาร

บุคลากรอื่น ๆ : นายปพนสรรค์ นารยวงศ์ (พี่พุด)

- ช่างภาพ

- มีน้องชาย 1 คน

- ทำหน้าที่ถ่ายภาพต่าง ๆ รวมทั้งทำหน้าที่ฝ่ายโสตฯ

- งานอดิเรก ถ่ายรูป, อ่านนิตยสาร, ฟังเพลง

- ตัวสูง

- ดูแลตัวเองดีมาก เป็นห่วงคนอื่นด้วย

- เหมือนจะได้กลิ่นน้ำหอมด้วย

- ทรงผมพี่แปลกดี

 

กันปิดสมุดเล่มเล็กที่เอาไว้เขียนสรุปการสัมภาษณ์หลังจากที่เขาเขียนเสร็จ แล้วจึงเริ่มเดินทางต่อ

 

10.07 น. บริเวณแปลงเกษตร

 

เด็กหนุ่มเดินตามทางเรื่อย ๆ เพื่อหาคนที่เขาจะขอสัมภาษณ์ จนเดินมาถึงแปลงเกษตรของโรงเรียน

‘ที่นี่มีแปลงปลูกผักด้วยแฮะ...’

 

‘หือ นั่นใครน่ะ...’

 

กันสังเกตเห็นว่ามีคนอยู่ที่แปลงเกษตร เป็นผู้ชายผมสีดำชี้ฟูยาวประมาณคอ ผิวสีแทนแดง ใส่เสื้อเชิ้ตคอกว้างสีฟ้า หน้าตายิ้มแย้ม อายุน่าจะประมาณ 20 ปลาย ๆ

โดยที่เขากำลัง... พูดคนเดียว?... แถมยังทำท่าชูนิ้วโป้งด้วย?...

 

“ท่านผู้ชมครับ วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่สุดแสนจะพิเศษ วันสอบสัมภาษณ์ของโรงเรียนลูกบาศก์ยังไงละครับ! ตัวผม รวมทั้งสมาชิกของโรงเรียนนี้ ต่างเฝ้ารอเหล่านักเรียนผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยอนาคตอันสดใสอยู่ เด็กคนไหนที่จะมาสัมภาษณ์นายโชคนนี้กันนะ ช่างน่าตื่นเต้นเหลือเกิน! ว่ามั้ยครับท่านผู้ชม!”

 

“เตรียมพบกับตำนานบทใหม่... อ๊ะ... เอ่อ... คือว่า...” เสียงของชายหนุ่มหายไปเมื่อเขาหันสายตาไปรอบข้างแล้วเจอกับนักเรียนคนหนึ่งที่ยืนอยู่

 

“สวัสดีครับนักเรียน หน้าตาไม่คุ้นเลย มาสอบสัมภาษณ์สินะ สัมภาษณ์ไปกี่คนแล้วล่ะ” ชายหนุ่มคนนั้นรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

 

‘ตัวสูงจัง...’

กันชูนิ้วชี้ขึ้นมา เพื่อบอกอีกฝ่ายว่าตนสัมภาษณ์ไปแล้ว 1 คน

 

“คนนึงสินะ แล้วสัมภาษณ์ครูไปหรือยัง ถ้ายังละก็สัมภาษณ์ครูมั้ยละ กำลังว่างอยู่เลย” ชายหนุ่มถามนิลกัณฐ์อย่างมั่นใจ

 

‘เมื่อตะกี้เขาบอกว่าเป็นครูสินะ... งั้นเอาคนนี้ก็ได้ ว่าไปแล้วก็รู้สึกจะคล้าย ๆ กับพี่เน็ตอยู่หน่อย ๆ นะ’

กันไม่ตอบอะไร แต่พยักหน้าให้อีกฝ่ายทราบว่าตนจะขอ